• หัวข้อบทความ : เที่ยวเชียงใหม่ในหนึ่งวัน บนเส้นทางดอยอินทนนท์ - แม่แจ่ม - จอมทอง
  • ผู้เข้าชม : 682 คน
  • ความคิดเห็น : 0 ความคิดเห็น
  • วันที่สร้าง : 22/12/2011

แผนที่

กดหมุดสีเขียวเพื่อดูเส้นทางจากที่อยู่ปัจจุบัน

รีวิวอื่นที่เกี่ยวข้อง

เที่ยวเชียงใหม่ในหนึ่งวัน บนเส้นทางดอยอินทนนท์ - แม่แจ่ม - จอมทอง

4078-medium-ssh2rzzfrm

เที่ยวเชียงใหม่ในหนึ่งวัน บนเส้นทางดอยอินทนนท์ - แม่แจ่ม - จอมทอง    

 

  • ชมทะเลหมอกและชมแสงแรกของยามเช้าบนยอดดอยอินทนนท์ พร้อมทั้งสักการะพระธาตุนภเมนีดลและพระธาตุนภพลภูมิสิริเพื่อความเป็นสิริมงคล
  • แวะชมพันธุ์ไม้เมืองหนาวศูนย์เกษตรหลวงเชียงใหม่ (ขุนวาง)

 

  • รับประทานอาหารกลางวัน
  • ทำกิจกรรมสนุกสนานที่สวนป่าแม่แจ่ม

 

  • แวะสักการะพระธาตุศรีจอมทอง

 

 

ในช่วงหน้าหนาวแบบนี้ เรามีทริปการเดินทางท่องเที่ยวแบบ One day trip ที่จังหวัดเชียงใหม่ บนเส้นทางดอยอินทนนท์ - แม่แจ่ม - จอมทอง มาชวนเพื่อนๆ ชาวเที่ยวเมืองไทย ได้ไปท้าลมหนาวชมความงามของทะเลหมอกเมืองเหนือ และร่วมทำกิจกรรมสนุกสนานกันค่ะ .... ส่วนสถานที่ในทริปนี้ จะมีที่ไหนบ้าง ตามไปดูกันเลย >>>>

 

อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ... แต่เดิมดอยอินทนนท์มีชื่อว่า “ดอยหลวง” หรือ “ดอยอ่างกา” ดอยหลวง หมายถึงภูเขาที่มีขนาดใหญ่ ส่วนที่เรียกว่าดอยอ่างกานั้น มีเรื่องเล่าว่า ห่างจากดอยอินทนนท์ไปทางทิศตะวันตก ๓๐๐ เมตร มีหนองน้ำอยู่แห่งหนึ่งลักษณะเหมือนอ่างน้ำ แต่ก่อนนี้มีฝูงกาไปเล่นน้ำกันมากมาย จึงเรียกว่า อ่างกา ต่อมาจึงรวมเรียกว่า ดอยอ่างกา

 

ดอยอินทนนท์เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาหิมาลัยซึ่งพาดผ่านจากประเทศเนปาล ภูฎาน พม่า และมาสิ้นสุดที่นี่ สิ่งที่น่าสนใจของดอยนี้ไม่เพียงแต่เป็นยอดดอยที่สูงที่สุดในประเทศเท่านั้น แต่สภาพภูมิประเทศและสภาพป่าที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นป่าดงดิบ ป่าสน ป่าเบญจพรรณ และอากาศที่หนาวเย็นตลอดทั้งปีโดยเฉพาะในฤดูหนาวจะมีหมอกปกคลุมเกือบทั้งวันและบางครั้งน้ำค้างยังกลายเป็นน้ำค้างแข็ง สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นเสน่ห์ดึงดูดให้มีผู้มาเยือนที่นี่อย่างไม่ขาดสาย

 

การเดินทาง ระยะทางจากตัวเมืองขึ้นไปจนถึงยอดดอยอินทนนท์ประมาณ ๑๐๖ กิโลเมตร จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้ทางหลวงหมายเลข ๑๐๘ เชียงใหม่-จอมทอง ถึงหลักกิโลเมตรที่ ๕๗ ก่อนถึงอำเภอจอมทอง ๑ กิโลเมตร เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข ๑๐๐๙ สายจอมทอง-อินทนนท์ ระยะทาง ๔๘ กิโลเมตรถึงยอดดอยอินทนนท์ เป็นถนนลาดยางอย่างดีแต่ทางค่อนข้างสูงชัน รถที่นำขึ้นไปจะต้องมีสภาพดี ผู้ที่ไม่มีรถยนต์ส่วนตัวสามารถนั่งรถสองแถวสายเชียงใหม่-จอมทองบริเวณประตูเชียงใหม่ มาลงที่หน้าวัดพระธาตุศรีจอมทองฯ หรือน้ำตกแม่กลางแล้วต่อรถสองแถวซึ่งวิ่งไปจนถึง ที่ทำการอุทยานฯ ตรงหลักกิโลเมตรที่ ๓๑ ซึ่งเป็นที่ตั้งของศูนย์บริการสารสนเทศและฝึกอบรมทางดาราศาสตร์ไทย นับเป็นศูนย์กลางที่เชื่อมโยงข้อมูลจากฐานข้อมูลของสถาบันดาราศาสตร์แห่งชาติและกล้องดูดาวประจำหอดูดาวแห่งชาติเพื่อจัดอบรมค่ายดาราศาสตร์ผ่านเครือข่ายใยแก้วนำแสง

 

ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวตั้งอยู่บริเวณกิโลเมตรที่ ๙ ของเส้นทางหมายเลข ๑๐๐๙ มีเจ้าหน้าที่คอยให้คำแนะนำ และมีนิทรรศการเกี่ยวกับธรรมชาติ สัตว์ป่า และอื่น ๆ www.doiinthanon.com บริเวณที่ทำการมีสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อมที่พัก ติดต่อได้ที่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ โทร. ๐ ๕๓๓๕ ๕๗๒๘, ๐ ๕๓๓๑ ๑๖๐๘, ๐ ๕๓๒๖ ๘๕๕๐ โทรสาร ๐ ๕๓๒๖ ๘๕๗๗ กรมอุทยานแห่งชาติฯ โทร. ๐ ๒๕๖๒ ๐๗๖๐ www.dnp.go.th อัตราค่าบริการ ชาวไทย ผู้ใหญ่ ๔๐ บาท เด็ก ๒๐ บาท ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ ๒๐๐ บาท เด็ก ๑๐๐ บาท

 

สถานที่น่าสนใจในอุทยานฯ

 

น้ำตกแม่ยะ เป็นน้ำตกขนาดใหญ่และสวยงามมากแห่งหนึ่ง เพราะน้ำซึ่งไหลลงมาจากหน้าผาที่สูงชัน ๒๘๐ เมตร ลงมากระทบโขดหินเป็นชั้น ๆ เหมือนม่าน แล้วลงไปรวมกันที่แอ่งน้ำเบื้องล่าง น้ำใสเย็นเหมาะสำหรับเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ อีกทั้งบริเวณรอบ ๆ น้ำตกเป็นป่าเขาอันสงบเงียบ และมีศูนย์ประชาสัมพันธ์นักท่องเที่ยวตั้งอยู่ด้วย บริเวณน้ำตกสะอาดและจัดการพื้นที่ได้กลมกลืนกับสภาพแวดล้อม การเดินทาง จากทางแยกเข้าทางหลวง ๑๐๐๙ ไปประมาณ ๑ กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายเข้าไป ๑๔ กิโลเมตร และต้องเดินเท้าเข้าไปอีก ๒๐๐ เมตร

 

น้ำตกแม่กลาง เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ชั้นเดียว สูงประมาณ ๑๐๐ เมตร ต้นน้ำอยู่บนดอยอินทนนท์ มีน้ำไหลตลอดปี มีความสวยงามตามธรรมชาติ การเดินทาง จากทางแยกเข้าทางหลวง ๑๐๐๙ ไปอีก ๘ กิโลเมตร แยกซ้าย ๕๐๐ เมตร เป็นทางลาดยางตลอด

 

ถ้ำบริจินดา ตั้งอยู่บริเวณกิโลเมตรที่ ๘-๙ ของทางหลวงหมายเลข ๑๐๐๙ ใกล้กับน้ำตกแม่กลาง จะเห็นทางแยกขวามือมีป้ายบอกทางไปถ้ำบริจินดา ภายในถ้ำลึกหลายกิโลเมตร เพดานถ้ำมีหินงอกหินย้อย หรือชาวเหนือเรียกว่า “นมผา” สวยงามมาก มีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ในถ้ำด้วย นอกจากนั้น ยังมีธารหิน เมื่อมีแสงสว่างมากระทบจะเกิดประกายระยิบระยับดังกากเพชรงามยิ่งนัก ลักษณะของถ้ำเป็นถ้ำทะลุสามารถมองเห็นภายในได้ถนัด เพราะมีอุโมงค์ซึ่งแสงสว่างลอดเข้ามา บริเวณปากถ้ำจะมีป้ายขนาดใหญ่อธิบายประวัติการค้นพบถ้ำนี้

 

น้ำตกวชิรธาร เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ เดิมชื่อ “ตาดฆ้องโยง” น้ำจะดิ่งจากผาด้านบนตกลงสู่แอ่งน้ำเบื้องล่าง ในช่วงที่มีน้ำมากละอองน้ำจะสาดกระเซ็นไปทั่วบริเวณรู้สึกได้ถึงความเย็นและชุ่มชื้นและสะพานไม้ที่ทอดยาวเข้าไปหาหน้าผานั้นจะเปียกลื่นอยู่ตลอดเวลา แต่หากเดินเข้าไปจนสุดจะได้สัมผัสกับความงามของน้ำตกมากที่สุด

 

การเดินทาง จากเชิงดอยอินทนนท์ขึ้นไปถึงกิโลเมตรที่ ๒๑ จะเห็นป้ายบอกทางแยกขวาเข้าน้ำตก ลงไป ๕๐๐ เมตร ถนนจะถึงที่ตัวน้ำตก อีกเส้นทางหนึ่งซึ่งเป็นเส้นทางเดิมอยู่เลยจากทางแยกแรกไปประมาณ ๑ กิโลเมตร เลี้ยวขวาตามป้ายและเดินจากลานจอดรถลงไปอีก ๓๕๑ เมตร หากใช้เส้นทางนี้จะได้สัมผัสกับความงามของธรรมชาติรอบด้านตลอดทางเดิน

 

น้ำตกสิริภูมิ ไหลมาจากหน้าผาสูงชัน เป็นทางยาวสวยงามมาก สามารถมองเห็นได้จากบริเวณที่ทำการอุทยานฯ เป็นสายน้ำตกแฝดไหลลงมาคู่กันแต่เดิมเรียกว่า “เลาลึ” ตามชื่อของหัวหน้าหมู่บ้านม้งซึ่งอยู่ใกล้ ๆ น้ำตกสิริภูมิตั้งอยู่ตรงกิโลเมตรที่ ๓๑ ของทางหลวงหมายเลข ๑๐๐๙ มีทางแยกขวามือเข้าไปอีกประมาณ ๒ กิโลเมตร แต่รถไม่สามารถเข้าไปใกล้ตัวน้ำตกได้ นักท่องเที่ยวต้องเดินเท้าเข้าไปบริเวณด้านล่างของน้ำตก

 

โครงการหลวงดอยอินทนนท์ หมู่บ้านขุนกลาง ตำบลห้วยหลวง อำเภอจอมทอง เดินทางตามเส้นทางสู่ดอยอินทนนท์ ถึงบริเวณหลักกิโลเมตรที่ ๓๑ ของทางหลวงหมายเลข ๑๐๐๙ มีทางแยกขวามือเป็นทางลูกรังเข้าสู่โครงการฯ อีกประมาณ ๑ กิโลเมตร โครงการหลวงอินทนนท์ รับผิดชอบส่งเสริมอาชีพเกษตรกรรมให้แก่กะเหรี่ยงและม้งในพื้นที่ ผลิตผลหลักของโครงการ คือ พืชผักและไม้ดอกเมืองหนาวต่าง ๆ นักท่องเที่ยวสามารถเที่ยวชมแปลงปลูกดอกไม้ ห้องทดลองทำการเพาะขยายพันธุ์ และยังสามารถแวะชมแปลงปลูกดอกไม้ของชาวเขาในหมู่บ้านซึ่งอยู่บริเวณปากทางเข้าโครงการฯได้ด้วย

 

พระมหาธาตุนภเมทนีดล และพระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ ตรงหลักกิโลเมตรที่ ๔๑.๕ ทางด้านซ้ายมือ สร้างขึ้นโดยกองทัพอากาศร่วมกับพสกนิกรชาวไทย โดยพระมหาธาตุนภเมทนีดล สร้างถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เนื่องในวโรกาสทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ ๕ รอบ เมื่อพ.ศ. ๒๕๓๐ และพระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ สร้างถวายสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในวโรกาสทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ ๕ รอบ เมื่อพ.ศ. ๒๕๓๕ พระมหาธาตุทั้ง ๒ องค์นี้ มีรูปทรงคล้ายคลึงกัน คือ ฐานเป็นรูป ๑๒ เหลี่ยม มีระเบียงแก้วโดยรอบเป็น ๒ ระดับ ยอดปลีขององค์เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุและพระพุทธรูปบูชา รอบบริเวณสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของดอยอินทนนท์ได้อย่างสวยงาม

 

ยอดดอยอินทนนท์ จุดสิ้นสุดของทางหลวงหมายเลข ๑๐๐๙ เป็นยอดดอยที่สูงที่สุดในประเทศไทย (๒,๕๙๙ เมตร) มีสภาพอากาศหนาวเย็นตลอดปี เป็นที่ตั้งสถานีเรดาร์ของกองทัพอากาศไทยและเป็นที่ประดิษฐานสถูปเจ้าอินทวิชยานนท์ เจ้าเมืองเชียงใหม่องค์สุดท้ายซึ่งเล็งเห็นความสำคัญของป่าไม้และหวงแหนดอยหลวงเป็นอย่างมากต้องการที่จะอนุรักษ์ไว้จนชั่วลูกชั่วหลาน ท่านผูกพันกับที่นี่มากจึงสั่งว่าหากสิ้นพระชนม์ไปแล้วให้แบ่งอัฐิส่วนหนึ่งมาไว้ที่นี่

 

ศูนย์ประชาสัมพันธ์นักท่องเที่ยว อยู่บริเวณใกล้กับยอดดอย แสดงนิทรรศการเรื่องราวของดอยอินทนนท์จากอดีตถึงปัจจุบัน ให้ความรู้ทั้งสภาพทางภูมิศาสตร์ ทางชีววิทยา ป่าไม้ สิ่งมีชีวิต ซึ่งบางชนิดหาดูได้ที่นี่แห่งเดียวในเมืองไทย ผู้มาเยือนจะได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์มากมาย

 

น้ำตกห้วยทรายเหลือง เป็นน้ำตกขนาดกลาง มีน้ำไหลแรงตลอดปี และไหลจากหน้าผาลงมาเป็นชั้น ๆ เข้าทางเดียวกับน้ำตกแม่ปาน ห่างจากที่ว่าการอำเภอแม่แจ่มประมาณ ๑๖ กิโลเมตร แยกจากทางหลวงหมายเลข ๑๐๐๙ ตรงด่านตรวจกิโลเมตรที่ ๓๘ ไปตามทางหลวงหมายเลข ๑๑๙๒ สายอินทนนท์-แม่แจ่ม ประมาณ ๖ กิโลเมตร จะมีป้ายบอกทางไปน้ำตก เข้าไปประมาณ ๒ กิโลเมตร เป็นทางดินแดงในช่วงหน้าฝนทางลำบากมากต้องใช้รถขับเคลื่อน ๔ ล้อ

 

น้ำตกแม่ปาน เข้าทางเดียวกับน้ำตกห้วยทรายเหลือง แต่อยู่เลยไปอีก ๕๐๐ เมตร และจากจุดจอดรถต้องเดินต่อไปอีก ๘๐๐ เมตร ใช้เวลาประมาณ ๑๐ นาที จึงถึงตัวน้ำตก น้ำตกแม่ปานนับว่าเป็นน้ำตกที่ยาวที่สุดของเชียงใหม่ น้ำจะตกลงมาจากหน้าผาซึ่งสูงกว่า ๑๐๐ เมตร เป็นทางยาว ถ้ามองดูแต่ไกลจะเห็นสายน้ำยาวสีขาวตัดกับสีเขียวของต้นไม้ทำให้ดูเด่น น้ำที่ตกลงมายังเบื้องล่างกระทบโขดหินแตกเป็นฟองกระจายไปทั่วบริเวณทำให้มีความชุ่มชื้น เบื้องล่างมีแอ่งน้ำรองรับอยู่ นักท่องเที่ยวสามารถลงอาบเล่นได้

 

เส้นทางศึกษาธรรมชาติบนดอยอินทนนท์ กิ่วแม่ปาน ทางเข้าอยู่กิโลเมตรที่ ๔๒ ด้านซ้ายมือ ระยะทางเดิน ๓ กิโลเมตร เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสธรรมชาติแท้จริง ระหว่างทางเดินจะพบป่าดิบเขา (Hill Evergreen) ก่อนผ่านเข้าสู่ทุ่งหญ้าซึ่งเคยเป็นพื้นที่ป่าถูกทำลาย เพื่อเป็นการศึกษาลักษณะการเกิดผลกระทบต่อเนื่องบริเวณรอยต่อระหว่างพื้นที่ป่าสมบูรณ์กับพื้นที่ถูกทำลาย หลังจากนั้นทางเดินจะเลาะริมผามีไอหมอกปลิวผ่านตลอดเวลา จะพบดอกกุหลาบพันปี หรือ Rhododendron (ไม้พุ่มหรือไม้ต้นขนาดเล็ก ขึ้นตามป่าในระดับสูง มีพันธุ์ดอกสีขาวและสีแดง เวลาออกดอกช่วงแรกมีลักษณะเหมือนปลีกล้วย ก่อนที่จะบานเต็มต้นในเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ พบมากในแถบเทือกเขาหิมาลัยและเป็นไม้ประจำชาติของเนปาลด้วย) มองลงไปยังเบื้องล่างจะพบทัศนียภาพที่งดงามของอำเภอแม่แจ่ม

 

การใช้เส้นทางนี้ต้องลงทะเบียนขอรับใบอนุญาตให้ใช้เส้นทางโดยติดต่อที่ศูนย์ประชาสัมพันธ์อุทยานฯ และควรจัดกลุ่มละไม่เกิน ๑๕ คน ทางอุทยานฯ ไม่อนุญาตให้นำอาหารเข้าไปรับประทานในเส้นทาง ช่วงฤดูฝนจะปิดเส้นทางเพื่อให้ธรรมชาติฟื้นตัวไม่อนุญาติให้เข้าไปท่องเที่ยวตั้งแต่วันที่ ๑ มิถุนายน ถึงวันที่ ๓๐ ตุลาคม ของทุกปี เส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปานแห่งนี้ ได้รับรางวัลดีเด่นประเภทแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ รางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ครั้งที่ ๔ ประจำปี พ.ศ. ๒๕๔๕ เพราะมีการจัดการที่เน้นความเป็นธรรมชาติ ระหว่างทางมีป้ายสื่อความหมายให้ความรู้กับนักท่องเที่ยว และประชาชนในท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการนำเที่ยว

 

อ่างกาหลวง เส้นทางนี้สำรวจวางแนวและออกแบบเส้นทางเดินโดย คุณไมเคิล แมคมิลแลน วอลซ์ นักสัตววิทยาและอาสาสมัครชาวแคนาดาประจำอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ซึ่งเป็นผู้หนึ่งที่ทำงานทุ่มเทให้กับอินทนนท์ และได้เสียชีวิตที่นี่ด้วยโรคหัวใจ เส้นทางนี้มีระยะทาง ๑,๘๐๐ เมตร พื้นที่นี้เป็นหนองน้ำซับในหุบเขา จุดเด่นที่น่าสนใจ คือ ป่าดิบเขาระดับสูง ลักษณะของพรรณไม้เขตอบอุ่นผสมกับเขตร้อนที่พบเฉพาะในระดับสูง การสะสมของอินทรียวัตถุในป่าดิบเขา ลักษณะอากาศเฉพาะถิ่น พืชที่อาศัยเกาะติดต้นไม้ ลักษณะของต้นน้ำลำธาร และลักษณะของต้นไม้บนดอยอ่างกา เช่นต้นข้าวตอกฤาษีที่ขึ้นตามพื้นดิน (ข้าวตอกฤาษี เป็นพืชที่ต้องการความอุดมสมบูรณ์สูง จะขึ้นในที่สูงกว่า ๒,๐๐๐ เมตร เท่านั้นและเจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่ชุ่มชื้น อากาศเย็น) กุหลาบพันปี เป็นต้น

 

ยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติ อีกหลายเส้น เช่น เส้นทางศึกษาธรรมชาติ กิโลเมตรที่ ๓๘ และเส้นทางศึกษาธรรมชาติกลุ่มน้ำตกแม่ปาน เป็นต้น แต่ละเส้นใช้เวลาในการเดินต่างกันตั้งแต่ ๒๐ นาที – ๗ ชั่วโมง และเหมาะที่จะศึกษาสภาพธรรมชาติที่ต่างกันด้วย ศึกษารายละเอียดเส้นทางได้จากที่ทำการอุทยานฯ และจะต้องติดต่อขอเจ้าหน้าที่นำทางจากที่ทำการฯ บริเวณหลักกิโลเมตรที่ ๓๑ โทร. ๐ ๕๓๒๖ ๘๕๕๕

 

เพื่อป้องกันการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ และปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น และเป็นการส่งเสริมให้เกิดการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ การใช้สถานที่เพื่อการพักค้างแรมหรือจัดกิจกรรมอื่น ๆ นอกเหนือจากบริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ต้องขออนุญาตจากหัวหน้าอุทยานฯ เป็นลายลักษณ์อักษร

 

กิจกรรมดูนกบนดอยอินทนนท์

 

ศูนย์บริการข้อมูลนกอินทนนท์ที่ร้านลุงแดง ตั้งอยู่กิโลเมตรที่ ๓๑ หน่วยจัดการต้นน้ำแม่กลาง ให้บริการด้านข้อมูลนกในดอยอินทนนท์ เช่น สมุดบันทึกการพบนกในดอยอินทนนท์ ภาพวาดลายเส้นของนักดูนก แผนที่เส้นทางดูนกดอยอินทนนท์ ภาพถ่าย สไลด์เกี่ยวกับนก ฯลฯ ให้บริการทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ

 

ช่วงที่นักดูนกนิยมมาดูนกกันเป็นฤดูหนาว นอกจากจะได้พบนกประจำถิ่นแล้ว ยังสามารถพบนกอพยพ เช่น นกปากซ่อมดง นกอุ้มบาตร นกเด้าลมหลังเทา นกเด้าลมหลังเหลือง นกเด้าลมดง นกเด้าลมหัวเหลือง นกจาบปีกอ่อนเล็ก นกจาบปีกอ่อนหงอน นกจาบปีกอ่อนสีแดง นกเดินดงสีน้ำตาลแดง ฯลฯ ทางศูนย์ฯจะบริการให้คำแนะนำตลอดจนเป็นสถานที่พบปะสนทนาระหว่างนักดูนก นักศึกษาธรรมชาติและบุคคลทั่วไป เป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ดีต่อการอนุรักษ์และรักษาสภาพธรรมชาติ ทำให้ทราบถึงแหล่งที่อยู่อาศัย แหล่งอาหารของนกและสัตว์ป่าในดอยอินทนนท์ ให้คงอยู่ถึงรุ่นลูกรุ่นหลานต่อไป หมายเหตุ: กรมอุทยานแห่งชาติฯ ประกาศจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวเข้าพื้นที่ ดังนั้นกรุณาสอบถามการเข้าใช้บริการล่วงหน้าก่อนการเดินทางโดยตรงที่ โทร. ๐ ๕๓๒๖ ๘๕๕๐ (๒๔ ชั่วโมง), ๐ ๕๓๒๖ ๘๕๗๗

 

 

ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ (ขุนวาง) .... หมู่ที่ ๑๐ ตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง เป็นที่ตั้งของศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ซึ่งอยู่ในวงล้อมของแนวเทือกเขาอินทนนท์ เหมาะสำหรับผู้ต้องการศึกษาธรรมชาติ หรือท่องเที่ยวเชิงเกษตร มีพันธุ์ไม้เมืองหนาวนานาชนิดที่พร้อมใจกันออกดอกบานสะพรั่งยามหน้าหนาว ออกผลเต็มต้นให้เด็ดชิมในฤดูร้อน และยังมีนกในเทือกเขาอินทนนท์นานาชนิดให้ศึกษา รวมทั้งมีทิวทัศน์ที่เขียวชอุ่มโอบล้อมโดยรอบด้วยต้นไม้ใหญ่เปลี่ยนสีสันตามฤดูกาล

 

จุดท่องเที่ยวภายในศูนย์ ภายในพื้นที่ ๔๕๐ ไร่ของศูนย์วิจัยเกษตรหลวงขุนวาง หลากลายด้วยแปลงไม้ผลเมืองหนาวต่าง ๆ หากไปในฤดูกาลผลไม้ออกผล ไม่ว่าจะเป็นสาลี่ พลัม ท้อ แนคตารีน หรือสตรอเบอร์รี่ นักท่องเที่ยวก็สามารถเด็ดชิมได้จากต้นเลยทีเดียว และในฤดูหนาวได้บรรยากาศอีกรูปแบบหนึ่งโดยเฉพาะตั้งแต่กลางเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ ที่ดอกนางพญาเสือโคร่ง หรือซากุระดอยจะออกดอกสีชมพูทั้งต้น ทำให้พื้นที่ขุนวางกลายเป็นสีชมพูไปทั้งดอย

 

นักท่องเที่ยวสามารถเลือกชม/ ศึกษาแปลงทดลองการเกษตรภายในศูนย์ได้ โดยมีเจ้าหน้าที่นำชมตามเส้นทางที่กำหนด พาหนะที่ใช้ในการเดินทางภายในศูนย์ ควรเป็นรถปิกอัพ หรือ รถขับเคลื่อนสี่ล้อ และจักรยาน จุดที่น่าสนใจต่าง ๆ ได้แก่ แปลงไม้ผลเมืองหนาว แปลงกาแฟ โรงกะเทาะเปลือกกาแฟ และแปลงทดสอบพันธุ์แมคคาเดเมีย ซึ่งมีถิ่นกำเนิดในออสเตรเลีย นักท่องเที่ยวสามารถทดลองเก็บผล และชิมเนื้อสด ๆ ซึ่งมีรสชาติหอมหวานมัน หรือจะชิมแบบอบคั่วเกลือทางศูนย์ก็มีให้ชิม และยังมีการทดลองสกัดน้ำมันจากผลไปทำเครื่องสำอางด้วย

 

การเดินทาง โดยรถยนต์ส่วนตัวนักท่องเที่ยวสามารถเลือกใช้เส้นทางได้ ๒ เส้นทาง เส้นทางแรก จากจังหวัดเชียงใหม่ ผ่านอำเภอสันป่าตอง เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข ๑๐๑๓ ไปอำเภอแม่วาง ผ่านอำเภอแม่วางไป จะมีทางแยกซ้ายมือให้เลี้ยวซ้าย จากนั้นเส้นทางจะลัดเลาะขึ้นภูเขาไปอีกประมาณ ๔๐ กิโลเมตร ช่วงสุดท้ายของเส้นทางนี้จะเป็นถนนดินแดงประมาณ ๕ กิโลเมตร หน้าฝนจำเป็นต้องใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อ เส้นทางนี้รวมระยะทาง ๘๖ กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ ๑ ชั่วโมงครึ่ง เส้นทางที่สอง จากจังหวัดเชียงใหม่ไปอำเภอจอมทองก่อนเข้าตัวอำเภอจอมทอง เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข ๑๐๐๙ ขึ้นดอยอินทนนท์ จนถึงกิโลเมตรที่ ๓๑ เลี้ยวขวา เป็นถนนลาดยางไปประมาณ ๑๗ กิโลเมตร ก็จะถึงที่ตั้งศูนย์วิจัยเกษตรหลวงดอยขุนวาง รวมระยะทาง ๑๑๕ กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ ๒ ชั่วโมง

 

เดินทางโดยรถโดยสารประจำทาง จากประตูเชียงใหม่ มาถึงจอมทอง จากนั้นต้องต่อรถสองแถวจากจอมทอง-แม่แจ่ม ลงตรงทางแยกขึ้นดอยอินทนนท์ที่กิโลเมตร ๓๑ จากจุดนี้ต้องเหมารถสองแถวให้เข้าไปยังขุนวางอีก ๑๖ กิโลเมตร หรือเหมารถตั้งแต่ที่อำเภอจอมทอง

 

ที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวก ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงขุนวางเปิดทำการทุกวัน เวลา ๐๘.๐๐-๑๖.๐๐ น. มีบ้านพักรับรองนักท่องเที่ยวได้ประมาณ ๔ หลัง แต่ละหลังพักได้ตั้งแต่ ๔-๘ คน มีที่กางเต็นท์ ๒ จุด คือ บริเวณลานหญ้าหน้าอาคารสำนักงาน และบริเวณหุบรับเสด็จ ทั้งสองจุดรับนักท่องเที่ยวได้ประมาณ ๑๐๐ คน มีอาหารบริการในราคากันเอง ทั้งนี้ควรติดต่อล่วงหน้า โทร. ๐ ๕๓๑๑ ๔๑๓๓, ๐ ๕๓๑๑ ๔๑๓๖

 

 

สวนป่าแม่แจ่ม .... เป็นสวนป่าอีกแห่งหนึ่งขององค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ ตั้งขึ้นเมื่อพ.ศ. ๒๕๑๖ มีเนื้อที่ประมาณ ๖,๙๓๒ ไร่ ปัจจุบันสวนป่าแม่แจ่มได้รับการพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว มีลำน้ำแม่แจ่มที่ไหลผ่านในเขตสวนป่า เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการล่องแพ ปั่นจักรยานเสือภูเขา หรือทำกิจกรรมอื่น ๆ สำหรับการพักผ่อนหย่อนใจ และทางสวนป่าได้จัดทำสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อรองรับผู้มาเยือน อย่างครบครัน มีแคมป์ไฟ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยดูแลและอำนวยความสะดวกในยามค่ำคืน

 

นอกจากนี้ทางสวนป่าแม่แจ่มยังสามารถที่จะให้ความรู้เกี่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้กับนักเรียน หรือประชาชนทั่วไปที่ต้องการหาความรู้ และยังสามารถจัดประชุม หรือสัมมนาของภาครัฐและเอกชนได้อีกด้วย

 

การเดินทาง โดยทางรถยนต์จากเชียงใหม่มาตามทางหลวงหมายเลข ๑๐๘ สายเชียงใหม่-แม่สะเรียง ถึงอำเภอฮอดเลี้ยวขวาไปทางอำเภอแม่สะเรียงผ่านอุทยานแห่งชาติออบหลวงประมาณหลักกิโลเมตรที่ ๒๑ มีทางแยกขวาเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข ๑๐๘๘ ไป อำเภอแม่แจ่ม ระยะทางประมาณ ๔๖ กิโลเมตร สวนป่าแม่แจ่มอยู่ทางซ้ายมือประมาณหลักกิโลเมตรที่ ๑๖ จากทางแยกเข้ามา

 

สถานที่ติดต่อ สวนป่าแม่แจ่ม หมู่ ๓ ตำบลกองแขก อำเภอแม่แจ่ม โทร. ๐ ๕๓๒๒ ๘๐๖๘, ออป.เชียงใหม่ โทร. ๐ ๕๓๒๔ ๒๖๗๓, ๐ ๕๓๒๔ ๕๓๕๖ ฝ่ายออป.ภาคเหนือ โทร. ๐ ๕๓๒๒ ๗๐๕๑ ออป. กรุงเทพฯ ๐ ๒๒๘๒ ๓๒๔๓-๗

 

 

วัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร .... จากตัวเมืองเชียงใหม่มุ่งหน้าไปตามถนนสายเชียงใหม่-ฮอด ๕๘ กิโลเมตร อยู่ด้านซ้ายมือเป็นวัดสำคัญคู่เมืองจอมทองและเป็นที่เคารพสักการะของชาวเหนือโดยทั่วไป ประเพณีเด่นของวัดคือ “การแห่ไม้ค้ำโพธิ์” ซึ่งเป็นประเพณีของชาวล้านนาที่ถือว่าการเอาไม้มาค้ำต้นโพธิ์เป็นการสืบทอดพระพุทธศาสนา 

 


รูปภาพอื่นๆ

  • 4078-thumb-ssh2rzzfrm
  • 4077-thumb-%e0%b8%a8%e0%b8%b9%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88-%e0%b8%82%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%872
  • 4076-thumb-p64y
  • 4075-thumb-dsc-4262
  • 4074-thumb-ads-20523520110408

บทความอื่นๆที่น่าสนใจ